สาเหตุที่ปั๊มลม มีน้ำปนออกไปกับลมขณะเครื่องทำงาน?

น้ำที่ค้างอยู่ในถังพักลมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดน้ำเข้าไปเจือปนในระบบลมปกติธรรมชาติของอากาศ เมื่ออยู่รวมกันก็จะเกิดการควบแน่น จากอากาศกลายเป็นน้ำ หากเราไม่ระบายน้ำที่อยู่ในถังลมเลย ก็จะให้น้ำไปตามลมอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงควรหมั่นเดรนน้ำในถังลม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะไม่เช่นนั้น หากปล่อยไป นอกจากจะทำให้ถังลมเป็นสนิมแล้ว ยังจะทำให้เครื่องมือลมต่างๆเสียหาย

ในเครื่องอัดลมแบบสกรูนั้น  ปัญหาของน้ำที่เกิดขึ้น จะมาจาก  2  แหล่งเท่านั้น

มาจากการกลั่นตัวของไอน้ำที่รวมกันกับลมอัดจึงทำให้เกิดขึ้น

มาจากการรั่วของตัวระบายความร้อนในเครื่องอัดลม

เครื่องอัดลมแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับการอัดลมที่ไม่ได้มีการเดินเครื่องมาเป็นระยะเวลานาน      

ปริมาณน้ำมากขึ้นมีผลมาจาก

1.  ความร้อนและความชื้น

2.  เปอร์เซ็นต์ในการทำลม (Loading) ของเครื่องอัดลม

3.  อุณหภูมิของลมที่อัดออกมาจากชุดสกรู

ปกติแล้วจะมีน้ำเกิดขึ้นอยู่ในเครื่องอัดอากาศอยู่ประมาณ 1000-3000 ppm (0.10.3%) ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ถ้ามีการเก็บตัวอย่างของน้ำมันที่อยู่ใต้ก้นถังแล้ว บางครั้งอาจจะพบน้ำปริมาณอยู่เล็กน้อยรวมตัวกันอยู่ที่ใต้กันถัง ซึ่งถือว่ามันเป็นเรื่องปกติ

ปกติแล้วน้ำมันที่อยู่ในเครื่องอัดลมควรจะมีสีใสๆหรือสีน้ำตาลอ่อน ดูแล้วต้องไม่ขุ่น ถ้ามีสีคล้ายกับน้ำนมหรือสีกาแฟใส่ครีมแล้ว แสดงว่ามีน้ำผสมอยู่ในน้ำมันเป็นจำนวนมาก น้ำมันที่มีลักษณะขุ่นข้นเช่นนี้จะเป็นสัญญาณการเตือนให้ต้องทำการวิเคราะห์น้ำมันหรือรีบเปลี่ยนน้ำมันทันที ถ้าเห็นชั้นของน้ำมันแยกออกจากกันเป็นสองชั้น แสดงว่ามีน้ำเกิดขึ้นและน้ำจะอยู่ชั้นล่าง

ถ้ามีน้ำในปริมาณเพียงเล็กน้อยผสมอยู่ในน้ำมัน ควรที่จะดูว่าเครี่องอัดลมมีการเดินเครื่องเพื่อทำลมมากเพียงพอไหม โดยเฉพาะเครื่องปั๊มลมที่ระบายความร้อนด้วยน้ำและสามารถที่จะเพิ่มอุณหภูมิของลมอัดที่อัดออกมาจากชุดสกรูได้หรือไม่ ถ้าดูสีของน้ำมันแล้วมีลักษณะขุ่นข้น ควรรีบเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทันที เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายของชุดสกรู



Visitors: 105,647